digital-lemon November 20, 2017

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2017 ทีมชาติไนจีเรียถือเป็นชาติแรกในทวีปแอฟริกา ที่การันตีการได้ไปเล่นฟุตบอลรอบสุดท้ายที่รัสเซียในปีหน้า ทีมชาติไนจีเรียเป็นประเทศแรกจากทวีปแอฟริกาที่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่รัสเซีย หลังสามารถเฉือนเอาชนะแซมเบีย 1-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนแอฟริการอบสาม

          โดยเกมดังกล่าวทีมชาติไนจีเรียมาได้ประตูชัยจากผลงานของอเล็กซ์ อิโวบี้ ในนาทีที่ 73 ส่งผลให้พวกเขามีเพิ่มเป็น 13 คะแนนนำหน้าแซมเบียซึ่งเป็นรองจ่าฝูงของกลุ่มบีถึง 6 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันแค่นัดเดียวเท่านั้น ทำให้ทีมชาติไนจีเรียการันตีการทะลุเข้าสู่ฟุตบอลรอบสุดท้ายไปโดยปริยาย ทั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ของทีมชาติ ไนจีเรียอีกด้วย

          โดยก่อนหน้านี้ทีมชาติไนจีเรียเคยเข้าร่วมฟุตบอลโลกในปี 1994,1998, 2002, 2010 และ 2014  โดยหลังจากที่ได้เข้ารอบสุดท้ายที่รัสเซียแล้ว หลังการจับฉลากแบ่งกลุ่มปรากฏว่าทีมชาติไนจีเรียได้อยู่ร่วมสายกับอาร์เจนติน่า ไอซ์แลนด์ และ โครเอเชีย ซึ่งถือเป็นงานหนักทีเดียวสำหรับทีมชาติไนจีเรีย หากต้องการจะผ่านเข้ารอบต่อไป ผลงานของทีมชาติไนจีเรียที่ดีที่สุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายก็คือ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในปี 1994 และปี 1998

          สำหรับนักเตะส่วนใหญ่ของทีมชาติไนจีเรียชุดนี้เป็นนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในทวีปยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอเล็กซ์ อิโวบี้ จากอาร์เซนอล, วิลเฟรด เอ็นดีดี้ จากเลสเตอร์, มิเกล อากู จากปอร์โต้ หรือกัปตันสุดเก่งอย่างจอห์น โอบี มิเกล ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนทั้งอังกฤษ หรือจากประเทศจีน ในอดีตเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักทีมชาติไนจีเรียอย่างแน่นอน เนื่องจากไนจีเรียในยุคก่อนนั้นมีซูเปอร์สตาร์อยุ่เต็มทีม ไม่ว่าจะเป็นเอ็นวานโก้ คานู, เจเจ โอโคชา, ตาริโบ เวสต์ หรือแม้แต่ดาเนียล อโมคาชี่ ยุคนั้นถือเป็นยุคทองของวงการฟุตบอลไนจีเรียเลยก็ว่าได้ มีนักเตะดังๆ ล้นทีม แถมแต่ละคนยังค้าแข้งอยู่ในสโมสรชั้นนำในยุโรปแทบทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถ้าใครต้องแข่งกับทีมชาติไนจีเรียในยุคนนั้น ก็คงมีความหวั่นเกรงบ้างไม่มากก็น้อย

          สำหรับฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียในครั้งนี้ การที่ต้องอยู่สายเดียวกับอาร์เจนติน่า โครเอเชีย หรือว่าจะเป็นทีมที่เพิ่งเข้าร่วมฟุตบอลโลกอย่างไอซ์แลนด์ โดยรวมแล้วต้องถือว่าเป็นงานหนักของทีมชาติไนจีเรียเลยทีเดียว ส่วนผลงานของทีมชาติไนจีเรียจะเป็นอย่างไร จะสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้หรือไม่ ทุกอย่างจะได้รู้กันในกลางปีหน้า ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

Leave a comment.

Your email address will not be published. Required fields are marked*